TOC – Table of Contents บรรทัดทอง คาเฟ่ไวบ์เท่ ที่หยิบเอาขนมไทย มาพรีเซนต์ใหม่ให้เก๋กว่าเดิม

นึกถึงบรรทัดทอง หลายคนคงนึกถึงร้านอาหารอร่อย ๆ จากร้านสตรีตฟู้ดใหม่ ๆ ที่แข่งกันเปิดมาให้เราได้ลิ้มลอง แต่ไม่นานมานี้เราได้พบกับคาเฟ่ใหม่ ที่ซ่อนตัวอยู่ใน ซอยจุฬา 16 กับ Table of Contents บรรทัดทอง ที่ซ่อนกิมมิกเก๋ ๆ ไว้เพียบ ชวนให้เรามาเอนจอยกับบรรทัดทองไวบ์กลางวันกันบ้าง

Table of Contents หรือ TOC เป็นคาเฟ่ ไซซ์ใหญ่ 2 ชั้น ที่เดินผ่าน ๆ หลายคนอาจนึกว่านี่คือโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรือเปล่านะ เพราะสีสันและการจัดวางมีความวาไรตี้ ผสมผสานทั้งแนว Futuristic / Metalic และยังมีสีสันจัดจ้านสะดุดตามาก ทั้งสีส้ม เหลือง น้ำเงิน หลาย ๆ เฉด แมทช์กันได้ดี และไม่ได้เป็นแพทเทิร์นจนดูไม่น่าเบื่อ ซึ่งไวบ์ที่นั่งแทบจะไม่ซ้ำกันเลยทั้งชั้น 1 และ ชั้น 2

ตัวร้านตึก 3 คูหา ที่มีการจัดเลเอาท์ได้น่าสนใจ จะเห็นว่ามีเว้นช่องไว้ทำเป็นบันไดวน ยาวขึ้นไปถึงชั้น 3 (ในอนาคตชั้น 3 จะเป็นร้านอาหารนะ) และเมื่อเข้ามาในร้าน ก็ต้องสะดุดตากับ “หมากรุก” ไซซ์ยักษ์ที่แขวนอยู่บนเพดานกลางร้าน 

คุณครีม – ปาลิตา บวรวาณิชย์ หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน เล่าให้เราฟังว่า ตัวหมากรุกที่เห็นเป็น ตัวควีน เพราะหุ้นส่วนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และชอบเล่นบอร์ดเกม หรือเกมการ์ดกัน เลยหยิบเอาหมากรุกมาเป็น Symbolic ของร้านไปเลย และถ้ามองตัวหมากรุกจากด้านบน จะมีริ้วแฉกของมงกกุฎ ที่มองแล้วเหมือนกับสัญลักษณ์ดอกจัน ✱ ด้วย เลยกลายมาเป็นกิมมิกของร้านไปด้วย

แม้ว่าหุ้นส่วนส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง แต่โจทย์ในการทำคาเฟ่ ตั้งไว้เลยว่าไม่อยากได้คาเฟ่หวาน ๆ อยาให้มีความเท่ ๆ หน่อย แต่ก็ไม่ Masculine ขนาดนั้น เลยมีหยอดสีป๊อบ ๆ เข้ามา ออกมาเป็นรูปแบบอย่างที่เราได้เห็น

“ชื่อร้าน Table of Contents ถ้าแปลตรงตัว คือสารบัญ ที่บอกว่ามีอะไรรวมอยู่บ้าง แต่เราอยากเล่นคำ ให้ตัวเราเองเป็นเหมือนกับโต๊ะว่าง ที่รอให้ผู้คนเข้ามาเติมเต็ม หรือเป็นจุดรวมตัวของหลาย ๆ คน มาเติมคอนเทนต์ จนกลายเป็นสารบัญที่สมบูรณ์นั่นเอง”

นอกจากจะใส่ดีเทลในแบรนด์ดิ้ง และการตกแต่งแบบจัดเต็มแล้ว ทางด้านเมนูก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในหุ้นส่วนที่นี่เป็นบาริสต้าด้วย ทางฝั่งเมนูกาแฟ เลยมีความจริงจังไม่น้อย มี House Blend 2 ตัว 

คือ Table of Contents หรือ TOC เป็นเบลนด์เอธิโอเปีย-อินโด-กัวเตมาลาและบราซิล ให้รสชาติโทนเข้ม มีความ Spice, Black Currant, Plum, Roasted Hazelnut, Milk Chocolate และ Panela อีกตัวเป็น Wheels of Fortune หรือ WOF เป็นเบลนด์เอธิโอเปียกับบราซิล ให้รสชาติโทนฟรุตตี้ ๆ แบบไม่เปรี้ยวเกินไป แบบ White, floral, berry, citrus, almond, peanut butter และ nutella

Table of Contents บรรทัดทอง ชวนลองชิมเมนูของหวานแบบไทย ในรูปแบบใหม่ 

นอกจากจะจริงจังเรื่องเครื่องดื่ม อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ คือเมนูขนมหวาน ที่ไม่ใช่แค่เค้ก หรือขนมอบ แต่เป็นการครีเอตเมนูใหม่ จากเมนูไทย ๆ ที่เราคุ้นเคย โดยการเอาปาท่องโก๋มาเปลี่ยนฟอร์ม แปลงร่างใหม่ไม่คุ้นตา แต่เมื่อได้กินแล้วจะต้องร้องอ๋อ ออกมาเป็นเมนูที่ชื่อว่า DoughKo (โดโกะ)

Doughko (เริ่มต้น 95 บาท) เป็นขนมทรงยาว ที่สอดไส้ต่าง ๆ ตัวแป้งเป็นการเอาแป้งปาท่องโก๋ มาผสมกับโดนัทแล้วนวดมือจนเข้ากัน ส่วนตัวไส้เป็นขนมไทยที่คุ้นเคย มีให้ลองถึง 8 ไส้ คือ บ้าบิ่น, ขนมเบื้อง, ขนมครกข้าวโพด, เปียกปูน, ขนมครกต้นหอม, ขนมใส่ไส้, มะขามคัสตาร์ด และมะนาวคัสตาร์ด

“เหมือนเวลาเราไปกิน Fine-dining อาหารไทย แล้วเค้าทำเมนูอาหารไทยออกมาในรูปแบบอื่น แล้วเราว้าว เลยอยากให้มีสิ่งนั้นอยู่ในร้านของเรา อยากลองยกระดับสตรีตฟู้ดไทยฝั่งขนมดูบ้าง”

ตัวรสชาติทำออกมาได้เหมือนกับขนมไทยที่คุ้นเคยจริง ๆ อย่าง ไส้ขนมครกข้าวโพด ได้ข้าวโพดชิ้นโตเต็ม ๆ คำ เข้ากับความหวานของซอสกะทิได้ดี หรือ ไส้บ้าบิ่น หวานน้อย เนื้อเนียน มีความเป็นบ้าบิ่นจริง ๆ ไส้เปียกปูน ใบเตยหอม กะทิหวานมันเข้ากันได้ดี อีกเมนูที่เห็นไม่บ่อยคือ มะขามคัสตาร์ด รสชาติไม่ได้เปรี้ยวโดด แต่มีความหอมของมะขามเบา ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นดี

ใครที่อยากกินโดโกะแบบไม่มีไส้ ก็มี ปาท่องโก๋ (140 บาท) ที่ใช้แป้งสูตรพิเศษเช่นกัน แต่ออกมาในรูปแบบปาท่องโก๋แบบที่เราคุ้นเคย กรอบนอกนุ่มใน ไส้ไม่กลวง พร้อมซอสจิ้มที่เลือกได้ทั้ง ซอสน้ำตาลโตนด และซอสใบเตย

นอกจาก DoughKo ยังมีเมนูที่แอบซ่อนความเป็นไทยได้อย่างแนบเนียนอีกเมนู คือ Canelé ข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก (95 บาท) ดูเผิน ๆ เหมือนเมนูขนมฝรั่งเศส แต่จริง ๆ แล้วใช้แป้งข้าวเหนียว สอดไส้เผือกเนื้อเนียนหวานกำลังดี หลับตากินเหมือนกินข้าวเหนียวปิ้งจริง ๆ

ส่วนเมนูเครื่องดื่ม เราได้ลองเมนู Es-yen (160 บาท) เป็นช็อตกาแฟผสมผสานกับนมผสมสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่มีความหอมหวานมันกำลังดี อีกแก้วเป็น Dirty with Pandan (180 บาท) ที่มีความพิเศษคือตัวนมผสมกับใบเตยคั้นสด ให้ความหอม และยังเสิร์ฟมากับทองหยอดให้กินคู่กัน

อีกแก้วอยากให้ลอง S’more (195 บาท)โกโก้ร้อน ที่ใช้โกโก้ไทยจากจังหวัดตราด มีความเปรี้ยวออกโทนผลไม้ หน่อย ๆ กินคู่กับความหวานจากมาชเมลโล่เบิร์นที่ปากแก้ว เข้ากันดี

และ Table of Contents ยังเป็นคาเฟ่ที่เปิดเช้ามาก และปิดดึกมาก ใครที่อยากหาคาเฟ่กินกาแฟก่อนไปทำงาน หรือที่แฮงเอาต์ช่วงเย็น ลองแวะมาได้เลย

Table of Contents – TOC
เปิดทุกวัน 07:30 – 22:00 น.
จุฬาซอย 16
BTS สนามกีฬาฯ / MRT สามย่าน แล้วต่อพี่วิน | จอดรถได้ที่ Dragon Town / สวนหลวงสแควร์ / อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ (มีค่าจอดนะ)
Google Maps

Articles You Might Like

Share This Article