การไปเที่ยวเมืองมรดกโลกอย่าง เกียวโต ก็คงหนีไม่พ้นสถานที่ทางศาสนาอย่าง วัด และศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากมา แต่สำหรับใครที่มีโอกาสไป เกียวโต มาหลายครั้งแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการแวะวัดฮิต ๆ อย่างวัดน้ำใส วัดเงิน วัดทอง หรือศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ซึ่ง เกียวโต ยังมี วัด น่าไปอีกเยอะ (มากกกก) แต่ถ้ายังเลือกไม่ถูก Routeen. มี 2 วัด ที่คิดว่าน่าแวะไม่แพ้กันมานำเสนอ
KENNIN-JI
อีกหนึ่งวัดที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ตั้งอยู่ปลายถนน Hanami-kōji นี่เอง เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งมากว่า 822 ปีแล้ว และยังถือเป็นวัดนิกายเซนแห่งแรกของเกียวโตอีกด้วย ตัววัดเองถูกไฟไหม้ไปสองครั้ง จึงต้องปรับปรุงครั้งใหญ่มาสองช่วง ได้แก่ช่วงศตวรรษที่ 13 และศตวรรษที่ 16
เพราะวัดนี้มีไฮไลต์อยู่ที่ภาพวาดมังกรขนาดใหญ่บนเพดาน 2 ตัว เป็นภาพวาดที่ระลึกวันครบรอบ 800 ปีของวัดนี้ โดยได้ศิลปินอย่าง Koizumi Junsaku (เสียชีวิตไปเมื่อปี พ.ศ. 2555) มาวาดไว้ ซึ่งหากจะเข้ามาดู จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ แต่ก็คุ้มมาก เพราะขนาดภาพที่ใหญ่เท่ากับเสื่อตาตามิ 108 ผืน และใช้เวลาวาดถึง 2 ปี จึงเป็นงานที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสุด ๆ เลยล่ะ
นอกจากนี้ยังมีสวนเซนสุดเท่ที่ชื่อ ○△□ Garden (แค่ชื่อก็เท่แล้ว) เป็นสวนที่แสดงให้เห็นว่าสรรพสิ่งในจักรวาลสามารถแทนด้วยรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือวงกลมได้ มาพร้อมงานออกแบบสุดเรียบง่าย กับต้นไม้ต้นเดียว ในวงกลมที่มีมอสปกคลุมอยู่ท่ามกลางกรวดสีขาวเท่านั้น
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่มาแล้วอยากให้ชม นั่นคืองานฉากกั้นที่ชื่อ Fūjin and Raijin ซึ่งเป็นเทพเจ้าสายลมและสายฟ้า ที่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดที่ทางวัดเก็บรักษาไว้ โดยนี่เป็นงานภาพจำลองที่สุดประณีต (ภาพชิ้นงานจริงเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกียวโต) บานพับนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2182 และมีอิทธิพลต่อภาพวาดของญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะเราจะพบเจอ Fūjin และ Raijin ได้ตามสินค้าและอาคารต่าง ๆ มากมายในเกียวโตเลยล่ะ
อีกหนึ่งสิ่งที่เราอยากชวนไปวัด Kennin-ji นั่นเพราะที่นี่เขาจับมือกับร้านกาแฟชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Blue Bottle Coffee ให้เราได้ลองจิบเครื่องดื่มกลางวัดอายุกว่าพันปีในบรรยากาศที่หาที่ไหนไม่ได้ ความพิเศษครั้งนี้คือการร่วมมือกับ Gion Tsujiri ในการนำเสนอมัตฉะลาเต้เป็นที่แรกของ Blue Bottle ด้วย
โดยใช้มัตฉะ Dahonzan Kenninji Purveyor Jutoku ที่ทางวัดใช้มานาน ให้เราได้ลองด้วย เสียดายที่ตอนนี้โปรเจ็กต์พิเศษนี้จบไปแล้ว แต่ข่าวดีคืออาจจะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้นะ
NANZEN-JI
อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใครหลายคนก็ต่างพุ่งตัวไปที่นี่ แต่จริง ๆ แล้วที่นี่ยังมีไฮไลต์อื่น ๆ ที่แวะเวียนไปได้ตลอดทั้งปี วัดนันเซนจิเป็นวัดพุทธนิกายเซน สำนักรินไซ สร้างขึ้นเมื่อ 733 ปีก่อน ที่ภายในยังมีวัดเล็ก ๆ ประกอบร่วมอยู่อีก เช่น วันนันเซนอิน วัดคอนจิอิน และวัดเทนจูอัน
หากมาที่นี่ ทุกคนก็ต้องต่างมุ่งหน้ามายังสะพานอิฐเก่าขนาดใหญ่ที่ดูเท่และมีเสน่ห์มาก ๆ และเราเชื่อว่าหลายคนต้องสงสัยแน่ ๆ ว่าสะพานนี้คืออะไร ยังใช้งานอยู่ไหม ที่นี่คือ สะพานคลองส่งน้ำ Suirokaku ซึ่งจะส่งน้ำจากทะเลสาบบิวะ ไปยังเมืองเกียวโต ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ลองเดินขึ้นไปดูด้านบนได้นะ เพราะทุกวันนี้ก็ยังใช้งานอยู่เลย
นอกจากนี้ ที่วัดนี้ยังมีพื้นที่น่าแวะอีกมากมาย ทั้งอาคารโฮโจ และห้องชา ที่สวยงามและน่าแวะไม่แพ้กัน ซึ่งหากมาที่นี่ ก็ยังสามารถเดินไปวัดเอคันโด อีกหนึ่งวัดที่มีชื่อเสียง ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันได้อีกด้วยนะ